การทำให้ฟันขาวมีวิธีการอย่างไร?

การ ทำให้ฟันขาวบางคนอาจต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็ว ในขณะที่บางคนอาจต้องการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ท้ายสุดย่อมขึ้นอยู่กับสีฟันธรรมชาติของเรา และความทนทานต่อคราบสีที่ต่างกัน ตลอดจนวิธีการที่เลือกใช้ในการทำให้ฟันขาว การทำให้ฟันขาวมีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การใช้ยาสีฟันทำให้ฟันขาว หรือการใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ช่วยในการกำจัดคราบบนผิวฟัน ไปจนกระทั่งการทำให้ฟันขาวตามวิธีการทันตกรรม ดังนี้

  1. วิธีการฟอกสีฟัน (Tooth bleaching) ซึ่งจะทำให้ฟันขาวขึ้นได้ไว โดยสารฟอกสีฟันมีสาร ประกอบหลักคือ คาร์บาไมด์เปอร์อ็อกไซด์ (Carbamide peroxide) หรือไฮโดรเจนเปอร์อ็อกไซด์ (Hydrogen peroxide) ที่มีความเข้มข้นสูงในขนาดต่างๆ กัน ซึ่งจะช่วยกำจัดได้ทั้งคราบบนผิวฟันและคราบฝังลึก คาร์บาไมด์เปอร์อ็อกไซด์ในน้ำจะให้ไฮโดรเจนเปอร์อ็อกไซด์ ส่วนไฮโดรเจนเปอร์อ็อกไซด์เมื่อถูกความร้อนจะให้ออกซิเจนเป็นอนุมูลอิสระที่ มีความไวต่อปฏิกิริยาออกซิเดชันสูง จึงเข้าทำปฏิกิริยากับสารติดสีซึ่งมีโมเลกุลใหญ่ที่สะสมค้างในผิวเคลือบฟัน และในเนื้อฟัน ให้เป็นโมเลกุลเล็กๆ แพร่หลุดออกจากฟัน ทำให้สีเข้มของฟันดูใสสะอาดขึ้น ส่วนลำแสงที่ใช้ร่วมด้วยในการฟอกสีฟันในคลินิกทันตกรรม เป็นแสงเร่งฟอก จะเร่งปฏิกิริยาเคมีข้างต้น ทำให้ไม่ต้องใช้เวลานานในการทำให้ฟันขาวขึ้น บางครั้งเรียกว่าเป็นเลเซอร์ฟอกสี ใช้พลังงานแสงฮาโลเจน (Halogen) เพื่อเร่งกระบวนการฟอกสีฟัน
  2. วิธีการที่ไม่ใช้การฟอกสีฟัน โดยใช้ปฏิกิริยาเคมี หรือทางกายภาพของยาสีฟันในการกำจัดคราบที่ผิวฟัน ยาสีฟันทำให้ฟันขาว จะมีส่วนประกอบของผงขัดฟันหยาบที่จะช่วยขัดฟัน ทำให้คราบสีที่ติดอยู่จางหายไป ซึ่งในแต่ละคนจะมีการตอบสนองต่อวิธีการฟอกฟันขาวแตกต่างกันไป บางคนอาจจะใช้ยาสีฟันฟอกฟันขาวแล้วได้ผลดี ในขณะที่ผู้ที่มีฟันสีเทาหรือฟันเปลี่ยนสีไปมากๆ อาจจะต้องใช้การเคลือบผิวฟันแทน เพื่อให้ได้รอยยิ้มแบบที่ต้องการ มีเพียงทันตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าวิธีใดเหมาะสมกับคุณ

การทำให้ฟันขาวมีความปลอดภัยเพียงใด?

ราคาฟอกฟันขาวการ ทำวิจัยกว่าทศวรรษได้พิสูจน์แล้วว่า การฟอกสีฟันและวิธีอื่น ๆ ในการทำให้ฟันขาวมีความปลอดภัยและได้ผลจริง ในอดีตสารฟอกสีฟันโดยใช้สารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงจะทำให้เกิดการเสียวฟัน ระคายต่อเนื้อเยื่อของเหงือกและของช่องปาก แต่ในปัจจุบันนี้ เจลฟอกสีฟันมีการพัฒนา และทำให้เกิดการเสียวฟันน้อยลง อาการเสียวฟันอาจเกิดขึ้นได้หลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ฟอกฟันขาวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลารับประทานอาหารร้อนหรือเย็น แต่อาการมักจะหายไปหลังจาก 48 ชั่วโมง และหมดไปหลังจากการรักษาสิ้นสุดลง ผลิตภัณฑ์หลายๆ ชนิดตามท้องตลาดได้แสดงให้เห็นว่าไม่มีผลข้างเคียงต่อเหงือกและฟันจากการทด ลองในคลินิคและห้องปฏิบัติการ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีผ่านการพิสูจน์ทางคลินิค และปฏิบัติตามข้อบ่งใช้อย่างเคร่งครัด ตลอดจนปรึกษาทันตแพทย์ของคุณด้วย

การทำให้ฟันขาวต้องทำบ่อยไหม?

การ ทำให้ฟันขาวไม่ได้เป็นการรักษาที่ถาวร เพียงช่วยให้ฟันหลังทำดูดีและขาวขึ้น ไม่มีคำตอบที่แน่นอนว่าต้องทำกี่ครั้ง แต่ฟันจะขาวขึ้นทุกครั้งที่ฟอก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะการเปลี่ยนสีของฟันว่ามาจากภายนอกหรือจากโครงสร้าง เนื้อในฟัน ความรุนแรงของการติดสีมากหรือน้อย และการเว้นช่วงในแต่ละครั้งเพื่อป้องกันมิให้เสียวฟัน ซึ่งถ้าทำการฟอกเองที่บ้านจะใช้เวลานานกว่า แต่การทำในคลินิกโดยทันตแพทย์อาจทำครั้งเดียวหรือ 2-3 ครั้ง ถ้าเป็นคราบบุหรี่อาจใช้เวลาเป็นเดือน หรือฟันที่เปลี่ยนสีจากยาเตตราไซคลิน (Tetracycline) ต้องใช้เวลาหลายเดือน และคราบสีจะกลับมาใหม่ได้อีก ถ้าสูบบุหรี่ หรือทานอาหารย้อมสี หรือเครื่องดื่มที่มีสี เช่น ชา กาแฟ ถ้าหลีกเลี่ยงแหล่งที่มาของสีเหล่านี้ได้ อาจไม่จำเป็นต้องฟอกสีซ้ำอีก โดยทั่วไปการฟอกสีฟันจะอยู่ได้ 6 เดือน ถึง 2 ปี นอกจากนั้นการรักษาความสะอาดของช่องปากและฟัน และการทานอาหารมีประโยชน์ครบ 5 หมู่ก็จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อของช่องปากและฟันผุได้ด้วย

มีข้อห้ามในการทำให้ฟันขาวไหม?

ฟันขาวสวย

  • ห้าม ทำในเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี เนื่องจากโครงสร้างของฟันยังเจริญไม่เต็มที่ เนื้อเยื่อในฟันจะใหญ่และกว้าง ดังนั้นสารเคมีที่ใช้ฟอกสีฟันจะทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อในฟันได้
  • ห้ามการฟอกสีฟันในหญิงมีครรภ์ เพราะสารต่างๆ ที่ใช้ในการทำฟันให้ขาวจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
  • ห้าม ทำในมารดาที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร เนื่องจากสารเคมีที่ใช้ฟอกสีฟันอาจปนเปื้อนออกมาในน้ำนม ก่อให้เกิดอันตรายต่อทารกที่กินนมมารดาได้ เช่น ผลต่อหัวใจ ปอด สมอง และเยื่อบุกระเพาะอาหาร
  • และไม่แนะนำให้ทำการฟอกสีฟันในคนที่แพ้สารเคมีที่ใช้ฟอกสีฟัน

ส่วน ใครที่อยากฟันขาวสวยแบบไม่อันตราย ขอให้ยึดหลัก 222 คือ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ให้ยาสีฟันสัมผัสฟันนาน 2 นาที และงดขนมหวาน-น้ำอัดลมหลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมง ก็จะมีฟันขาวสวยตามธรรมชาติ ส่วนผู้มีปัญหาฟันเหลืองหรือหมองจากเนื้อฟัน ควรพบทันตแพทย์เพื่อรับการแก้ไขอย่างถูกวิธี

loading...